ICT:เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง
![]() |
จากบทความข้างต้น
ดิฉันเห็นด้วยว่าในยุคศตวรรษที่ 21 นี้ เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตเป็นอย่างมากซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ การดำเนินชีวิตประจำวัน การศึกษา
ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
อย่างเช่นในปัจจุบันนี้ถ้าเราได้อยู่ไกลกันจากที่เคยส่งจดหมายหากันกว่าจะได้รับก็รอเป็นเวลานานแต่เดี๋ยวนี้ก็มีโทรศัพท์ซึ่งเป็นเครื่องมือสื่อสารเข้ามามีบทบาททำให้เราได้สื่อสารกันได้
อยู่ไกลกันก็โทรหากัน มีทั้งไลน์ ส่งข้อความ วิดิโอคอล เฟสบุ๊ค แม้จะอยู่กันคนละประเทศนั้นก็ไม่เป็นเรื่องยากและเมื่อเราหิวก็สามารถโทรสั่งอาหารเดลิเวอรี่ให้พนักงานมาส่งถึงที่บ้านได้ด้านการเดินทางก็มีแอปพลิเคชันในการกดจองซื้อตั๋วที่นั่ง
และมีรถไฟฟ้าความเร็วสูงทำให้การเดินทางรวดเร็วสะดวกสบาย และเมื่อจะไปจับจ่ายสินค้าอะไรเราไม่จำเป็นต้องพกเงินสดไปทุกที่บางร้านก็มีการสแกนคิวอาร์โค้ดของธนาคารต่างๆทำให้การจ่ายเงินเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆและในด้านการศึกษาในบทความกล่าวว่า
ครูไม่จำเป็นต้องจัดการเรียนการสอนแต่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือผู้สอนต้องไม่สอน แต่ต้องออกแบบการเรียนรู้และอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเรียนรู้จากการเรียนแบบลงมือปฏิบัติหรือค้นคว้าด้วยตนเอง ดิฉันคิดว่าการที่เราสามารถใช้เครื่องมือเทคโนโลยีต่างๆมาประกอบควบคู่กับการเรียนเพื่อศึกษาค้นคว้าหาความรู้ในสิ่งที่ไม่มีในหนังสือหรือหาความรู้เพิ่มเติมขึ้นมาจากเดิมนั่นก็เป็นสิ่งที่ดีแต่ยังไงนักเรียนก็ต้องมีการหาความรู้ในห้องเรียนและมีครูผู้สอนให้ความรู้เช่นเดิมเพราะใช่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างในอินเทอร์เน็ตจะถูกต้องเสมอไป แต่เพียงในปัจจุบันนี้นักเรียนสามารถหาความรู้ได้ด้วยตนเองจากข้างนอกไม่เข้าใจอะไรหรืออยากรู้อะไรเพียงเสิร์ชอินเทอร์เน็ต แต่ถ้ามีสิ่งใดที่ไม่แน่ใจหรือสงสัยก็ต้องคอยถามคุณครูเพื่อให้คุณครูให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาและสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาต่อยอดให้กับตนเองเพราะเทคโนโลยีในยุคนี้มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากการเรียนรู้ส่วนมากต้องมีภาคปฏิบัติและลงมือทำจริงเพื่อให้นักเรียนได้คิดเป็นทำเป็นและได้รับประสบการณ์จริง
โดยวิธีการศึกษาอาจสามารถทำได้โดยการศึกษา ค้นคว้า หรือเก็บรวบรวมจากรายงานและวิจัยต่างๆที่ทำมาในอดีตเพื่อวิเคราะห์และหาองค์ประกอบในการสนับสนุนทางการสอนของผู้สอนเองการเรียนรู้เกิดจากการที่เราเอาปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาทำการตั้งสมมติฐานและหาผลสรุปไปสู่การได้รับข้อมูลที่มากขึ้นโดยการเรียนรู้นั้นจะครอบคลุมไปถึงสภาพแวดล้อมโดยรวมและความอยู่รอดของสิ่งรอบๆตัว
การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงหมายถึงการเรียนรู้ที่มีการอ้างอิงนำกรอบความคิดใหม่และความเชื่อของแต่ละบุคคลมาไตร่ตรองและแยกแยะความแตกต่างเพื่อให้เกิดความคิดและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์ให้เกิดความเข้าใจใหม่ๆมีทั้ง วิเคราะห์ ค้นคว้าและอื่นๆอีกมากมาย
องค์ประกอบของการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงได้แก่การใคร่ครวญในตนเอง (Criticalself-reflection) และการสนทนาเชิงวิพากษ์ (Critical discourse) ขั้นตอนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงอาจเริ่มจากการที่ผู้เรียนได้เปิดมุมมองใหม่ๆที่ไม่เหมือนมุมมองเดิมเพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดอุปสรรค เพื่อที่จะได้พัฒนาในตนเอง ต่อเนื่องด้วยการตรวจสอบและประเมินสมมติฐานเพื่อให้เกิดความจริงและความเชื่อที่ผู้เรียนจะสามารถวิเคราะห์ได้ทดลองปฏิบัติในห้องเรียนเพื่อเพิ่มทักษะการทำงานและสร้างความมั่นใจกับบทบาทใหม่ๆที่ผู้เรียนจะได้พบเจอเมื่อผู้เรียนทำได้ตามแบบข้างต้นก็จะทำให้ความคิดและสมองเกิดการบูรณาการและได้เปิดมุมมองใหม่ๆ
ลักษณะการเรียนรู้ที่เกิดในศตวรรษที่ 21 นั้นเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโดยเน้นการปฏิบัติและฝึกทักษะไม่เน้นติดตำราทำให้ผู้เรียนได้มีทัศนคติที่สูงขึ้นโดยไม่เหมือนกับประสบการณ์ที่เคยผ่านมา จึงจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีที่กล่าวไปข้างต้นนั้นค่อนข้างมีผลต่อครูผู้สอนในการทำสื่อและการถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เรียนเป็นอย่างมากเทคโนโลยีจึงสำคัญมากต่อโลกในศตวรรษที่ 21
นางสาวภัทราภรณ์ พุทธรักษา 61181010038
ครุศาสตร์ สาขาภาษาไทย
ครูไม่จำเป็นต้องจัดการเรียนการสอนแต่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือผู้สอนต้องไม่สอน แต่ต้องออกแบบการเรียนรู้และอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเรียนรู้จากการเรียนแบบลงมือปฏิบัติหรือค้นคว้าด้วยตนเอง ดิฉันคิดว่าการที่เราสามารถใช้เครื่องมือเทคโนโลยีต่างๆมาประกอบควบคู่กับการเรียนเพื่อศึกษาค้นคว้าหาความรู้ในสิ่งที่ไม่มีในหนังสือหรือหาความรู้เพิ่มเติมขึ้นมาจากเดิมนั่นก็เป็นสิ่งที่ดีแต่ยังไงนักเรียนก็ต้องมีการหาความรู้ในห้องเรียนและมีครูผู้สอนให้ความรู้เช่นเดิมเพราะใช่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างในอินเทอร์เน็ตจะถูกต้องเสมอไป แต่เพียงในปัจจุบันนี้นักเรียนสามารถหาความรู้ได้ด้วยตนเองจากข้างนอกไม่เข้าใจอะไรหรืออยากรู้อะไรเพียงเสิร์ชอินเทอร์เน็ต แต่ถ้ามีสิ่งใดที่ไม่แน่ใจหรือสงสัยก็ต้องคอยถามคุณครูเพื่อให้คุณครูให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาและสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาต่อยอดให้กับตนเองเพราะเทคโนโลยีในยุคนี้มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากการเรียนรู้ส่วนมากต้องมีภาคปฏิบัติและลงมือทำจริงเพื่อให้นักเรียนได้คิดเป็นทำเป็นและได้รับประสบการณ์จริง
โดยวิธีการศึกษาอาจสามารถทำได้โดยการศึกษา ค้นคว้า หรือเก็บรวบรวมจากรายงานและวิจัยต่างๆที่ทำมาในอดีตเพื่อวิเคราะห์และหาองค์ประกอบในการสนับสนุนทางการสอนของผู้สอนเองการเรียนรู้เกิดจากการที่เราเอาปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาทำการตั้งสมมติฐานและหาผลสรุปไปสู่การได้รับข้อมูลที่มากขึ้นโดยการเรียนรู้นั้นจะครอบคลุมไปถึงสภาพแวดล้อมโดยรวมและความอยู่รอดของสิ่งรอบๆตัว
การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงหมายถึงการเรียนรู้ที่มีการอ้างอิงนำกรอบความคิดใหม่และความเชื่อของแต่ละบุคคลมาไตร่ตรองและแยกแยะความแตกต่างเพื่อให้เกิดความคิดและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์ให้เกิดความเข้าใจใหม่ๆมีทั้ง วิเคราะห์ ค้นคว้าและอื่นๆอีกมากมาย
องค์ประกอบของการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงได้แก่การใคร่ครวญในตนเอง (Criticalself-reflection) และการสนทนาเชิงวิพากษ์ (Critical discourse) ขั้นตอนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงอาจเริ่มจากการที่ผู้เรียนได้เปิดมุมมองใหม่ๆที่ไม่เหมือนมุมมองเดิมเพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดอุปสรรค เพื่อที่จะได้พัฒนาในตนเอง ต่อเนื่องด้วยการตรวจสอบและประเมินสมมติฐานเพื่อให้เกิดความจริงและความเชื่อที่ผู้เรียนจะสามารถวิเคราะห์ได้ทดลองปฏิบัติในห้องเรียนเพื่อเพิ่มทักษะการทำงานและสร้างความมั่นใจกับบทบาทใหม่ๆที่ผู้เรียนจะได้พบเจอเมื่อผู้เรียนทำได้ตามแบบข้างต้นก็จะทำให้ความคิดและสมองเกิดการบูรณาการและได้เปิดมุมมองใหม่ๆ
ลักษณะการเรียนรู้ที่เกิดในศตวรรษที่ 21 นั้นเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโดยเน้นการปฏิบัติและฝึกทักษะไม่เน้นติดตำราทำให้ผู้เรียนได้มีทัศนคติที่สูงขึ้นโดยไม่เหมือนกับประสบการณ์ที่เคยผ่านมา จึงจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีที่กล่าวไปข้างต้นนั้นค่อนข้างมีผลต่อครูผู้สอนในการทำสื่อและการถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เรียนเป็นอย่างมากเทคโนโลยีจึงสำคัญมากต่อโลกในศตวรรษที่ 21
นางสาวภัทราภรณ์ พุทธรักษา 61181010038
ครุศาสตร์ สาขาภาษาไทย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น